หลังฉีดหน้า กินปลาร้าได้ไหม? คำตอบที่คนฉีดฟิลเลอร์–โบท็อกซ์ควรรู้
หนึ่งในคำถามยอดฮิตหลังทำหัตถการความงามคือ
“หลังฉีดหน้า กินปลาร้าได้ไหม?”
ไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ เมโสหน้าใส หรือหัตถการยกกระชับอื่น ๆ บทความนี้สรุปคำตอบแบบเข้าใจง่าย อิงหลักการแพทย์ และนำไปใช้ได้จริง
คำตอบสั้น ๆ
ควรหลีกเลี่ยงการกินปลาร้าในช่วง 24–72 ชั่วโมงแรกหลังฉีดหน้า
เพื่อช่วยลดอาการบวม อักเสบ และทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยที่สุดค่ะ
ทำไมถึงไม่ควรทาน “ปลาร้า” หลังฉีดหน้า?
ปลาร้าเป็นอาหารหมักที่มีลักษณะเฉพาะ 3 อย่าง ซึ่งส่งผลต่อผิวหลังฉีดโดยตรง
เค็มจัด (โซเดียมสูง) ทำให้เกิดการคั่งน้ำ บวมช้ำนานขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีฟิลเลอร์
อาหารหมัก (Fermented food) กระตุ้นการอักเสบในร่างกาย ซึ่งปฏิกิริยาการตอบสนองของแต่ละคนแตกต่างกัน บางเคสไม่มีอาการผิดปกติ บางเคสบวมขึ้นมาได้
มีฮีสตามีนสูง อาจทำให้คัน แดง ร้อน หรือบวมมากกว่าปกติในคนผิวแพ้ง่าย
ในช่วง 1–3 วันแรก ผิวหน้ามีแผลเข็มขนาดเล็กและอยู่ในระยะฟื้นฟู การลดปัจจัยกระตุ้นการอักเสบจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง
คำแนะนำตามชนิดการฉีด
เพื่อความชัดเจน สามารถพิจารณาตามหัตถการที่ทำได้ดังนี้
ฟิลเลอร์ / Biostimulators / เมโสหน้าใส / PRP
→ แนะนำงดปลาร้า อย่างน้อย 48–72 ชั่วโมงโบท็อกซ์
→ ความเสี่ยงน้อยกว่า แต่ควรงด อย่างน้อย 24 ชั่วโมงไหมยกหน้า หรือหัตถการลึก
→ ควรงด 3–5 วัน เพื่อป้องกันบวมและการอักเสบ
ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ควรทำอย่างไร?
ในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ (เช่น งานสังคม หรือเผลอกินไปแล้ว)
กิน ปริมาณน้อยมาก
เลี่ยง เผ็ดจัด เค็มจัด และแอลกอฮอล์
ดื่มน้ำมากขึ้น
สังเกตอาการผิดปกติ เช่น บวมมากขึ้น แดง ร้อน คัน
หากมีอาการชัดเจน ควรติดต่อแพทย์ที่ดูแลทันที
อาหารที่แนะนำหลังฉีดหน้า
เพื่อให้ยุบบวมเร็วและผิวฟื้นตัวดี ควรเลือกอาหารเหล่านี้แทน
อาหารรสจืด ย่อยง่าย
โปรตีนสะอาด เช่น ปลาอบ ไก่ต้ม ไข่
ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซี
น้ำเปล่าอย่างเพียงพอ
สรุป
หลังฉีดหน้า ไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ ควรงดปลาร้าอย่างน้อย 1–3 วัน
เป็นการดูแลตัวเองง่าย ๆ ที่ช่วยลดบวม ลดอักเสบ และทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวย ปลอดภัย และอยู่ได้นานขึ้น
หากต้องการคำแนะนำแบบ เฉพาะบุคคล เช่น ฉีดบริเวณไหน ใช้สารชนิดใด หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง สามารถปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลได้โดยตรง เพื่อการฟื้นตัวที่ดีที่สุด