เมโสแฟตอันตรายไหม? ฉีดแล้วหน้าบวม แก้ไขอย่างไร

คู่มือแพทย์อธิบายแบบเข้าใจง่าย พร้อมแนวทางป้องกันและดูแลอย่างปลอดภัย

เมโสแฟต (Mesotherapy for fat reduction) เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมในการลดไขมันเฉพาะจุดบนใบหน้าและลำตัว เช่น แก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า อย่างไรก็ตาม คำถามที่พบบ่อยคือ เมโสแฟตอันตรายไหม และหาก ฉีดแล้วหน้าบวมควรแก้ไขอย่างไร บทความนี้สรุปคำตอบเชิงการแพทย์ พร้อมแนวทางดูแลที่ถูกต้องและปลอดภัย

เมโสแฟตคืออะไร ทำงานอย่างไร

เมโสแฟตคือการฉีดสารกลุ่ม lipolytic agents เข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อช่วยกระตุ้นการสลายไขมัน (lipolysis) จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดไขมันผ่านระบบน้ำเหลืองและการเผาผลาญตามธรรมชาติ
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: ไขมันบางลง รูปหน้ากระชับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การยุบแบบฉับพลัน

เมโสแฟตอันตรายไหม?

คำตอบสั้น: ไม่อันตราย หากทำอย่างถูกต้องโดยแพทย์ และใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐาน
คำตอบเชิงลึก: ความเสี่ยงเกิดขึ้นได้เมื่อ

  • ใช้ตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน/ไม่มีแหล่งที่มา

  • ฉีดผิดชั้น ผิดตำแหน่ง หรือใช้ปริมาณไม่เหมาะสม

  • ฉีดในบริเวณที่ไม่ควรฉีด (เช่น ใกล้เส้นประสาทสำคัญ)

  • ผู้รับบริการมีข้อห้ามเฉพาะบุคคล (ตั้งครรภ์ โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ ฯลฯ)

ผลข้างเคียงที่พบได้ (ส่วนใหญ่ชั่วคราว): บวม แดง เจ็บ กดระบม ช้ำเล็กน้อย
ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อย: การอักเสบ การติดเชื้อ เนื้อเยื่อตอบสนองผิดปกติ

ทำไมฉีดเมโสแฟตแล้วหน้าบวม?

อาการบวมหลังฉีดมักเกิดจาก

  1. ปฏิกิริยาการอักเสบตามธรรมชาติ ของร่างกายต่อการฉีด

  2. กลไกการสลายไขมัน ทำให้เกิดของเหลวคั่งชั่วคราว

  3. เทคนิคการฉีดและปริมาณยา ที่ต้องเหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้า

  4. ระบบน้ำเหลืองระบายช้า ในบางราย

โดยทั่วไปอาการบวมจะลดลงภายใน 3–7 วัน และค่อย ๆ ดีขึ้น

ฉีดเมโสแฟตแล้วหน้าบวม แก้ไขอย่างไร

การดูแลทันที (48–72 ชั่วโมงแรก)

  • ประคบเย็นวันละ 2–3 ครั้ง ครั้งละ 10–15 นาที

  • หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือจับบริเวณที่ฉีด

  • งดแอลกอฮอล์ อาหารเค็มจัด และการออกกำลังกายหนัก

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยการไหลเวียนและระบายของเหลว

การฟื้นฟูเพิ่มเติม (ตามดุลยพินิจแพทย์)

  • นวดระบายน้ำเหลืองอย่างถูกเทคนิค

  • เลเซอร์ลดอักเสบ หรือคลื่นพลังงานอ่อนเพื่อช่วยลดบวม

  • ประเมินซ้ำ หากบวมเกิน 7 วัน เจ็บมาก หรือมีอาการผิดปกติ

ข้อควรจำ: หากบวมผิดปกติ ปวดมาก ผิวเปลี่ยนสี หรือมีไข้ ควรพบแพทย์ทันที

ใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงเมโสแฟต

  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • ผู้มีโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือแพ้ส่วนประกอบของยา

  • ผู้มีการติดเชื้อ/ผิวอักเสบในบริเวณที่จะฉีด

  • ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์แบบ “ยุบทันที” (ควรเลือกหัตถการอื่นแทน)

เลือกฉีดเมโสแฟตอย่างไรให้ปลอดภัย

  • ตรวจสอบ ตัวยา แหล่งที่มา และความเข้มข้น

  • ให้แพทย์ประเมิน โครงสร้างใบหน้า ชั้นไขมัน และตำแหน่งฉีด เป็นรายบุคคล

  • มีแผนการดูแลหลังทำ และนัดติดตามผลชัดเจน

  • คลินิกต้องมีมาตรฐานความสะอาดและการจัดการภาวะแทรกซ้อน

สรุป

เมโสแฟต ไม่อันตราย หากทำอย่างถูกต้องโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ อาการหน้าบวมหลังฉีดพบได้และมักเป็น ภาวะชั่วคราว สามารถดูแลและแก้ไขได้ด้วยวิธีที่เหมาะสม การเลือกตัวยา เทคนิคการฉีด และการดูแลหลังทำคือกุญแจสำคัญของผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ

Previous
Previous

วิธีรับมือกับความเจ็บระหว่างทำหัตถการความงามอย่างได้ผล

Next
Next

Alpha Arbutin คืออะไร? ทำไมถึงเป็นสารลดฝ้ากระที่แพทย์เลือกใช้