ชฎาคลินิกทำราคานี้ได้อย่างไร? ลดต้นทุนด้วย Automation & การตลาดที่คุ้มค่า
เวลาคุณเห็นราคาโปรหรือแพ็กเกจที่คุ้มค่า สิ่งที่หลายคนสงสัยทันทีคือ
“ราคาดีแบบนี้ คุณภาพจะลดลงไหม?” หรือ “มีค่าใช้จ่ายแฝงหรือเปล่า?”
ที่ชฎาคลินิก เราเชื่อว่าราคาที่เข้าถึงได้ควรเกิดจาก การบริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การตัดมุมที่กระทบความปลอดภัยหรือผลลัพธ์ของลูกค้า
ดังนั้น “ราคานี้” ของเรา จึงเกิดจากแนวคิดเดียว
เราลดค่าใช้จ่ายที่ไม่สร้างคุณค่าให้ลูกค้า
แล้วนำงบไปลงทุนในสิ่งที่สำคัญจริง: แพทย์ มาตรฐานบริการ และการดูแลหลังทำ
ต่อไปนี้คือ 2 เหตุผลหลักที่ทำให้ชฎาคลินิกทำราคานี้ได้อย่างมั่นใจ
1) ลดต้นทุนการจ้างงานด้วย Automation: ทีมกระชับ แต่บริการไวขึ้น
คลินิกจำนวนมากเสียต้นทุนไปกับงานซ้ำ ๆ ที่กินเวลาคน เช่น
ตอบแชตคำถามเดิม ๆ ทั้งวัน
รับจอง/เลื่อนนัด/ยกเลิกนัดแบบแมนนวล
โทรเตือนนัดทีละคน
คีย์ข้อมูลคนไข้ซ้ำหลายระบบ
ออกบิล/ทำเอกสารด้วยมือ
ชฎาคลินิกเลือกลงทุนกับ “ระบบ” ให้ทำงานแทนคนในงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะมนุษย์ 100%
ผลคือ ใช้จำนวนคนเท่าที่จำเป็นจริง แต่ยังรักษามาตรฐานบริการได้ และหลายจุดยัง “เร็วกว่าเดิม” ด้วย
ระบบที่ช่วยลดงานซ้ำ และทำให้ราคาเข้าถึงได้
(1) จองออนไลน์ (Online Booking)
ลูกค้าสามารถเลือกวัน-เวลาเองได้ ลดการวนคุยหลายรอบ และลดโอกาสตกหล่นนัด
ทีมหน้าบ้านไม่ต้องเสียเวลา “ทำตารางมือ” ตลอดวัน
(2) เตือนนัดอัตโนมัติ (Auto Reminder) + ยืนยันนัด/เลื่อนนัดได้เอง
แทนที่จะให้ทีมต้องโทรตามหรือส่งข้อความทีละคน ระบบจะช่วยเตือนล่วงหน้า
ลูกค้ากดคอนเฟิร์ม/ขอเลื่อนนัดได้ทันที ลดช่องว่างคิว ลดงานแก้ตาราง
(3) Chatbot สำหรับคำถามที่พบบ่อย + เก็บข้อมูลเบื้องต้น
เช่น ขั้นตอนเตรียมตัว ข้อควรหลีกเลี่ยง หลังทำดูแลอย่างไร
ช่วยให้ทีมตอบเฉพาะเคสที่ต้องใช้ความเข้าใจเชิงลึกจริง ๆ
(4) CRM (ระบบบันทึกประวัติ/ติดตามเคส) แบบรวมศูนย์
ลดการคีย์ซ้ำ และทำให้ติดตามการดูแลต่อเนื่องได้เป็นระบบ
เมื่อข้อมูล “ไม่กระจัดกระจาย” เวลาหน้างานลดลงและผิดพลาดน้อยลง
(5) ออกบิล/ใบเสร็จและงานเอกสารแบบเป็นระบบ
ลดเวลาหน้าเคาน์เตอร์ต่อเคส ทำให้การรับลูกค้าไหลลื่น ลดเวลารอ
ลูกค้าได้ประโยชน์อะไร (นอกจากราคาที่คุ้มค่า)
จองง่ายขึ้น ไม่ต้องรอแอดมินตอบนาน
ลดเวลารอคิวที่หน้าคลินิก
ได้การติดตามที่ต่อเนื่องและเป็นระบบ
นัดหมายชัดเจน ลดพลาดนัด/สับสนเวลา
สำคัญ: ลดต้นทุนการจ้างงาน ของเราไม่ได้แปลว่า ลดคุณภาพบริการ
แต่คือการ ย้ายแรงงานคนจากงานซ้ำ ๆ ไปโฟกัสที่งานดูแลลูกค้าที่ต้องใช้ประสบการณ์จริง
2) ลดงบการตลาดที่ไม่จำเป็น: ใช้การตลาดแบบวัดผล ไม่ใช่จ่ายเพื่อเสียงดัง
ต้นทุนอีกก้อนที่ทำให้หลายคลินิกต้องตั้งราคาสูง คือ “การตลาดที่ไม่คุ้มค่า” เช่น
ยิงแอดแบบกว้าง ๆ โดยไม่วัดผลจริงจัง
จ่ายค่าโปรดักชันและค่าอินฟลูเอนเซอร์สูง แต่ไม่ได้ยอดที่สม่ำเสมอ
โปรโมชันซับซ้อนเพื่อสร้างกระแส แต่ทำให้ต้นทุนแฝงสูงและควบคุมยาก
ชฎาคลินิกเลือกแนวทางที่ตรงไปตรงมา:
การตลาดต้องตอบคำถามเดียว — “ลูกค้าได้ประโยชน์จริงไหม และวัดผลได้หรือไม่”
สิ่งที่เราลด (เพราะไม่จำเป็น)
ลดงบ “การตลาดเพื่อภาพลักษณ์อย่างเดียว” ที่ไม่ส่งผลต่อคุณภาพหรือการตัดสินใจของลูกค้า
ลดแคมเปญที่หวังผลระยะสั้น แต่ต้นทุนต่อการได้ลูกค้าสูง
ลดการสื่อสารเกินจริง/กดดันให้ซื้อ เพราะสุดท้ายกระทบความไว้วางใจ
สิ่งที่เราเน้นแทน (เพื่อทำให้ราคาดีได้อย่างยั่งยืน)
(1) ทำคอนเทนต์ให้ความรู้ (Educate) บนเว็บไซต์และช่องทางของคลินิก
ลูกค้าเข้าใจความแตกต่างของหัตถการ ความเหมาะสม และการดูแลหลังทำ
ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงของ “เลือกผิดเพราะแค่ถูก”
(2) การตลาดแบบวัดผล (Performance) ที่ควบคุมเพดานงบได้
เราดูตัวเลขจริง เช่น ต้นทุนต่อการจอง (Cost per Booking) และอัตรามาตามนัด
ถ้าแคมเปญไหนไม่คุ้ม เราหยุด ไม่ดันทุรัง
(3) สร้างฐานลูกค้ากลับมาทำซ้ำ (Retention) มากกว่าทุ่มหาลูกค้าใหม่ตลอดเวลา
การดูแลหลังทำและการติดตามอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ลูกค้ากลับมาอย่างมั่นใจ
ต้นทุนการตลาดต่อรายได้จะต่ำลง ทำให้เราสามารถคงราคาที่คุ้มค่าได้ต่อเนื่อง
“แล้วอะไรที่ชฎาคลินิกไม่ลด” เพื่อให้คุณมั่นใจกับราคานี้
ราคาที่คุ้มค่าไม่ควรแลกกับความปลอดภัยและมาตรฐาน
สิ่งที่ชฎาคลินิกให้ความสำคัญและ “ไม่ลด” ได้แก่
มาตรฐานการประเมินและความเหมาะสมของเคส (ต้องประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนทำ)
ความสะอาดและความปลอดเชื้อ ตามมาตรฐานคลินิก
การดูแลหลังทำ และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน
ความโปร่งใสเรื่องราคา แจ้งค่าใช้จ่ายก่อนทำ ลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแฝง
สรุป: ทำไมชฎาคลินิกถึงทำ “ราคานี้” ได้
เพราะเราบริหารต้นทุนแบบ “ลดสิ่งที่ไม่จำเป็น” อย่างเป็นระบบ 2 ด้านหลัก
Automation ช่วยลดงานซ้ำ → ใช้ทีมเท่าที่จำเป็น แต่บริการไวขึ้น
ลดการตลาดที่ไม่คุ้มค่า → ไม่ผลักต้นทุนแฝงไปไว้ในราคาที่ลูกค้าต้องจ่าย
ผลลัพธ์คือคุณได้ ราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมมาตรฐานที่จริงจัง และประสบการณ์ที่เป็นระบบกว่าเดิม
รวมถึงการเปิดโอกาสให้ทุกคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะมีปัญหาผิวหรือรูปหน้าแบบใดสามารถเป็นเคสรีวิวได้